สวัสดีครับคุณผู้อ่าน พบกันอีกแล้วนะครับ คราวนี้ก็มาเจอกันในเรื่องของอาหารการกินกันอีกแล้ว ช่วงนี้มีโฆษณาตัวหนึ่งที่มาปลุกกระแสการรับประทานเนื้อย่าง ในแบบที่ไม่ใช่บุฟเฟ่ต์ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ชอบทานบุฟเฟ่ต์เป็นชีวิตจิตใจ เพราะรู้สึกว่ามันอิสระดี แต่จุดหมายของการทานบุฟเฟ่ต์ของคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่แค่ทานให้อิ่ม แต่กลายเป็นการทานให้ "คุ้ม" จนแทบจะคลานออกจากร้านก็มี
 
     หลังจากโฆษณาตัวดังกล่าวกวนใจผมอยู่ช่วงหนึ่ง โอกาสที่จะได้ลองก็มาถึง ผมจัดแจงนัดหมายกับคู่หูทันที ก็แหม ไปลุยครั้งแรกยังไม่คุ้นซักเท่าไหร่ จะให้ไปคนเดียวก็กระไรอยู่นะครับ
 
 
     แล้วก็มาถึงร้านจนได้ วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ก็เลยต้องรอคิวกันนานพอสมควร แต่แล้วคิวก็สั้นลงทันใด
เพราะส่วนใหญ่รอกันไม่ไหว ผมกับเพื่อนก็เลยได้เข้าไปเร็วขึ้น ขอบคุณที่รอไม่ไหวครับ
 
 
     จานนี้เป็นเนื้อลายครับ หนุบหนับดี แต่ถ้าย่างจนสุกเนื้อแข็งนะครับ สำหรับผมจะย่างแค่ด้านเดียว
อีกด้านหนึ่งที่ไม่โดนเปลวไฟก็จะยังฉ่ำอยู่ เป็นเทคนิคส่วนตัว ใช้ได้ดีกับเนื้อแดงที่ไม่ค่อยมีไขมันครับ
ใครจะลองเอาไปใช้บ้าง ก็ยินดีครับ
 
 
     นี่เป็นเนื้อส่วนท้อง หรือก็คือสามชั้นวัวนั่นเองครับ หมักกับซอสโคชูจันมาในใหรวมกับผักอีกหลายชนิด
รสชาดดีครับ ผักที่หมักมาด้วยกันพอเอามาย่างให้สุกแล้วอร่อยมากครับ เนื้อส่วนท้องนี้มีไขมันอยู่
ครึ่งต่อครึ่งครับ ดังนั้นควรย่างให้สุกทั่วกันจะดีกว่า เพราะถ้าส่วนของไขมันไม่สุกจะทำให้ย่อยยากและไป
บูดในท้องครับ
 
 
     หลังจากได้ลองทานเนื้อส่วนท้องกันไปแล้วก็ติดใจครับ สั่งมาอีก 2 จาน แต่เป็นแบบไม่หมักซอส
แค่ราดด้วยซอสงาเพื่อให้ได้รสชาดของเนื้อแท้ๆ ว่าแล้วก็ย่างตามสูตรเดิมครับ เมื่อไหร่มีไขมันเยอะ
ต้องย่างสุกทั่วกัน เนื้อส่วนท้องจานนี้ 150 บาทครับ สั่งแค่ 2 จาน ทานกับข้าวซัก 2 ถ้วย คุณก็ได้อร่อย
กับรสชาดของเนื้อที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยไขมันพอเหมาะ ที่เข้ากับข้าวสวยได้เป็นอย่างดีในราคาไม่ระคายกระเป๋าแล้วละครับ
 
 
     เรื่องของการดูดควันและระบายอากาศ ที่นี่ทำได้ดีครับ รับรองว่าหัวไม่เหม็นออกไปจากร้านแน่นอน
มื้อนื้ผมกับเพื่อนหมดไปคนละเกือบ 500 บาท แน่นอนครับว่าราคาพอๆกับบุฟเฟ่ต์ดีๆบางร้าน แต่ก็ได้
ความรู้สึกของการทานอาหารเพื่อความอิ่มอร่อยมากกว่าการทานให้คุ้มกลับคืนมา
 
     สรุปแล้วซูกิชิก็คือร้านอาหารร้านหนึ่ง ที่มีเมนูหลากหลายให้คุณได้เลือกทาน ถูกบ้าง แพงบ้าง
ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณและเงินในกระเป๋า ว่าจะเลือกทานอะไรให้พอดี และไม่ต้องถึงกับอิ่มจนคลาน
ออกจากร้านเพื่อความ "คุ้ม" ไปลองกันดูได้ครับ ที่ซูกิชิทุกสาขาครับ
 
*** ล่าสุด รู้สึกว่าจะมีการเปิดบุฟเฟ่ต์สำหรับร้านในเครือซูกิชิ ที่ห้างบางแห่งแล้วครับ ***
     สวัสดีครับคุณผู้อ่านทุกท่าน ไม่ได้เข้ามาอัพบล็อกเสียนานเลยครับ สบายดีกันทุกคนนะครับ วันนี้ก็ไม่พ้นเรื่องของอาหารการกินเช่นเคยครับ ก็ผมเป็นคนชอบทานอาหารนี่นา เหตุของเรื่องนี้เนื่องมาจากคืนหนึ่ง ขณะที่ผมกำลังค้นคว้าข้อมูลในเน็ตอยู่ ก็บังเอิญไปพบกับเว็บที่แนะนำร้านอาหารร้านหนึ่งเข้า
 
 
     ซึ่งก็คือร้านนี้ครับ GYUNOYA ร้านข้าวหน้าเนื้อตุ๋นสไตล์ญี่ปุ่น หลังจากรวบรวมข้อมูลที่ตั้งเรียบร้อยแล้ว ผมจึงวางแผนที่จะเดินทางไปชิมในทันที สำหรับการเดินทางก็ไม่ยากครับ ใช้รถไฟฟ้า BTS เป็นหลักน่าจะสะดวกที่สุด ขึ้นรถไฟฟ้ามาลงที่สถานี ศาลาแดง ลงบันไดฝั่งซอยธนิยะแล้วเดินย้อนกลับมา เดินผ่านปากซอยธนิยะที่มีไอริชผับตั้งอยู่มานิดหน่อย (ใครนึกอยากจะมาตบท้ายด้วยเบียร์ดำที่นี่ ก็ไม่ว่ากันครับ) ก็จะพบตรอกเล็กๆข้างธนาคารทหารไทย เมื่อเดินเข้าตรอกไปก็จะพบร้านนี้สว่างไสวอยู่ทางด้านซ้ายมือ
 
 
     หน้าตาดีครับร้านนี้ ถอดแบบมาจาก YOSHINOYA ที่โด่งดังไปทั่วโลกเลยทีเดียว ที่นี่เปิดบริการทุกวัน
ตั้งแต่ 11 โมง จนถึง ตี 2 ครับ เข้าไปด้านในกันเลยครับ ผมหิวแล้ว
 
 
     พอนั่งลงปุ๊บก็เสิร์ฟน้ำชาทันทีครับ เติมได้ตลอด ส่วนเมนูนั้น แค่เงยหน้าขึ้นไปก็เลือกสั่งได้เลยครับ
 
 
     เริ่มต้นด้วยเมนูขึ้นชื่อของร้านนี้ ข้าวหน้าเนื้อครับ มิโสะซุป และไข่ดิบนี่เป็นไซ้ด์ไอเท็มนะครับ ต้องสั่งต่างหาก โดยเฉพาะไข่ ใบละ 20 ครับ ถ้าไม่ชอบไข่ดิบก็เซฟเงินไว้เถอะครับ
 
 
     หลังจากราดด้วยไข่ดิบที่สั่งมา โปะหน้าด้วยขิงดองเกลือที่มีให้ใส่อย่างไม่อั้น และที่ขาดไม่ได้ ต้องโรย Shichimi Togarashi หรือ พริกป่นเจ็ดรส ลงไปด้วยครับ เพื่อให้ได้รสชาดที่สมบูรณื ที่ว่าเจ็ดรสก็เพราะ
ไม่ได้มีแต่พริกครับ ยังมีเครื่องเทศอีก 6 ชนิดผสมอยู่ด้วย หลังจากคลุกเคล้าให้เข้ากันก็ลงมือทานได้เลยครับ
เนื้อวัวของที่นี่ตุ๋นมาจนเปื่อยยุ่ย นุ่มมากเลยครับ แต่ก็ไม่ถึงกับเละนะครับ รสชาดน่าจะถูกปากคนชอบทานเนื้อ
แต่ถ้าใครไม่ทานเนื้อวัว ที่นี่ก็ยังมีข้าวหน้าหมูตุ๋นไว้บริการด้วยนะครับ
 
 
     ไหนๆก็มาถึงร้านแล้ว จะทานอย่างเดียวก็กระไรอยู่ จัดหนักมาอีกหนึ่งจานครับ ข้าวหน้าปลาทูน่าดิบ รสชาดจะออกไปทางข้าวหน้าปลาดิบรวมน่ะครับ ในเซ็นหรือฟูจิก็มี แต่ไม่มีเนื้อทูน่าล้วนแบบนี้(เอ๊ะ หรือว่าจะมีนะ) แต่จานนี้จะออกแห้งๆและรสชาดไม่ค่อยเข้มข้นนะครับ อาจไม่ถูกปากคนชอบรสจัด แต่ก็อร่อยครับ
 
 
     สุดท้ายก็ยังไม่วายครับ ซื้อข้าวแกงกะหรี่เนื้อกลับมาด้วย แกงกะหรี่ข้นดีครับ รสชาดมาตรฐาน แต่โดยรวมแล้วผมชอบข้าวหน้าเนื้อมากที่สุด
 
     ถ้าใครผ่านไปแถวศาลาแดง ที่สีลม หรือซอยธนิยะ แล้วยังคิดไม่ออกว่าจะทานอะไร ก็ไปลองกันดูได้ครับ เป็นอาหารจานด่วนที่น่าสนใจอีกร้านหนึ่งในย่านนั้นเลย แล้วพบกันใหม่คราวหน้านะครับ